ถังดับเพลิง

 

ถังดับเพลิงแต่ละชนิดจะเหมาะกับการดับเพลิงประเภทใด เนื่องจากสารที่บรรจุในถังดับเพลิงแต่ละประเภทแตกต่างกัน การใช้จึงแตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกถังดับเพลิงให้ถูกประเภทและเหมาะสมกับการใช้งาน โดยถังดับเพลิงประเภทต่างๆมีดังนี้

ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในถังจะบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อฉีดออกมาจะมีลักษณะเป็นไอเย็นจัด คล้ายกับน้ำแข็งแห้ง ช่วยลดความร้อนของเพลิงไหม้ได้ เครื่องดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนใหญ่ตัวถังจะมีสีแดง และบริเวณปากหัวฉีดจะกว้างมากกว่าถังดับเพลิงชนิดอื่นๆ

ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สามารถดับเพลิงไหม้ประเภท B และ C ได้ ถังดับเพลิง Co2 จึงเหมาะสำหรับดับเพลิงในโรงงานขนาดใหญ่ โรงอาหาร และห้องเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (Dry Chemical) ในถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งจะบรรจุผงเคมีแห้ง และอัดก๊าซไนโตรเจนที่มีคุณสมบัติในการระงับปฏิกิริยาเคมีของการเกิดเพลิงไหม้ได้ เมื่อฉีดออกมาจะมีลักษณะเป็นฝุ่นผงเคมี ฟุ้งกระจายทั่วบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งส่วนใหญ่ตัวถังจะมีสีแดง โดยถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง ถือเป็นถังดับเพลิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย และสามารถใช้ดับเพลิงไหม้ได้หลายประเภท

ถังดับเพลิงชนิดนี้สามารถใช้ดับเพลิงไหม้ประเภท A, B และ C และเหมาะกับการใช้ภายในอาคาร บ้านพัก ที่อยู่อาศัย และโรงงานอุตสาหกรรม

 

ถังดับเพลิงชนิดโฟม (Foam Extinguishers) ในถังจะบรรจุน้ำผสมโฟมเข้มข้น AR AFFF เมื่อฉีดออกมาแล้วจะมีลักษณะเป็นฟองโฟมปกคลุมเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้ ทำให้เพลิงขาดออกซิเจน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ถังดับเพลิงชนิดโฟมตัวถังมักมีสีเงิน และหัวฉีดยาวกว่าหัวฉีดถังดับเพลิงประเภทอื่นๆ

ถังดับเพลิงชนิดโฟมสามารถใช้ดับเพลิงไหม้ประเภท A และ B จึงเหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง และสารระเหยติดไฟ และปั๊มน้ำมัน  ข้อควรระวังของถังดับเพลิงชนิดโฟม คือ ไม่สามารถใช้กับเพลิงไหม้ประเภท C ได้ เพราะถังดับเพลิงชนิดโฟมสามารถนำไฟฟ้าได้

ถังดับเพลิงชนิดน้ำ (Water Extinguishers) ในถังจะบรรจุน้ำธรรมดาและก๊าซ ตัวถังมักเป็นสีฟ้า หรือ สีเงิน อาจจะทำให้สับสนกับถังดับเพลิงชนิดโฟม ควรระมัดระวังในการเลือกซื้อใน ถังดับเพลิงประเภทนี้สามารถใช้ดับเพลิงไหม้ประเภท A ได้ จึงเหมาะกับภายในอาคาร บ้านพัก ที่อยู่อาศัย

ถังดับเพลิงสูตรน้ำ (Low Pressure Water Mist) ถังดับเพลิงสูตรละอองน้ำแรงดันต่ำ Pure Plus ถังดับเพลิงชนิดนี้พิเศษกว่าถังดับเพลิงชนิดน้ำ สามารถดับเพลิงไหม้ได้มากถึง 4 ประเภท ได้แก่ เพลิงไหม้ประเภทA, B, C และ K ภายในถังบรรจุน้ำสิทธิ์สูง และน้ำ Pure Plus ที่มีคุณสมบัติในการดึงความร้อนออกจากเชื้อเพลิงได้เร็วกว่าการใช้น้ำปกติ ทำให้อุณหภูมิความร้อนลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่เป็นสื่อกลางในการนำไฟฟ้า และ น้ำยา purples สามารถยับยั้งกระบวนการ Pyrolysis ของเชื้อเพลิง ละยังช่วยป้องกันการปะทุของเพลิงไหม้ซ้ำเหมาะสำหรับติดตั้งไว้ที่ อาคารสำนักงาน บ้านพัก โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม และสถานที่ทั่วไป

ถังดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) ในถังจะบรรจุสารฮาโลตรอน (Halotron) หรือสาร HFC-236fa (FE-36) ซึ่งในปัจจุบันนิยมใช้สาร HFC-236fa มากกว่าเนื่องจากมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับสารฮาโลตรอน ไม่ทิ้งคราบตกค้าง ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทำลายบรรยาอากาศ โดยตัวถังจะมีลักษณะเป็นสีเขียว เพื่อเป็นการบอกว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ใช้งาน

ถังดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหยสามารถใช้ดับเพลิงไหม้ประเภทA, B, C จึงเหมาะกับการใช้งานในห้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูง หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรือ เครื่องบิน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ถังดับเพลิง wet chemical (ดับไฟ class k) ในถังจะบรรจุสารดับเพลิง Potassium Acetate สำหรับใช้ดับเพลิงประเภท K หรือเพลิงไหม้ที่เกิดจากน้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร ไขมันสัตว์ ถังดับเพลิงประเภทนี้จึงเหมาะกับการดับเพลิงในครัว ร้านอาหาร โรงอาหาร เป็นต้น

ถังดับเพลิงมีหลายขนาดเพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่และการใช้งาน โดยมีตั้งแต่ขนาด 2 ปอนด์, 5 ปอนด์, 10 ปอนด์, 15 ปอนด์, 20 ปอนด์, 50 ปอนด์ และ 110 ปอนด์

 

ถังดับเพลิงมี 5 สี ได้แก่ ถังดับเพลิงสีแดง สีเขียว สีฟ้า สีเงิน และสีเหลือง โดยแต่ละสีมีคุณสมบัติ ดังนี้

ถังดับเพลิงสีแดง พบได้ทั่วไปตามอาคาร บ้านพัก และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ถังดับเพลิงสีแดง คือ ถังดับเพลิงผงเคมีแห้ง (Dry Chemical) และ ถังดับเพลิงคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ซึ่งถังดับเพลิงทั้งสองประเภทนี้มีคุณสมบัติในการดับเพลิงและสถานที่ใช้งานแตกต่างกันเป็นถังดับเพลิงที่ได้รับความนิยมใช้กันมากเหมาะสำหรับติดตั้งทั่วไปทั้งภายในและภายนอกอาคาร

ถังดับเพลิงสีเขียว ชนิดน้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) เหมาะสำหรับติดตั้งภายในอาคาร ห้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเมื่อฉีดออกมาสารเคมีจะระเหยไปในอากาศจะไม่ทิ้งคราบตกค้าง ช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาด และที่สำคัญถังดับเพลิงสีเขียวไม่ส่งผลเสียต่อชั้นบรรยากาศ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ใช้งาน

ถังดับเพลิงสีน้ำเงินหรือสีฟ้า ถังดับเพลิงสูตรน้ำ หรือถังดับเพลิงชนิดละอองน้ำแรงดันต่ำ เหมาะสำหรับติดตั้งภายในบ้านพัก อาคารสำนักงาน

ถังดับเพลิงสีเงิน เป็นถังดับเพลิงชนิดโฟม ตัวถังจะเป็นสแตนเลส ภายในถังบรรจุน้ำที่เป็นส่วนประกอบหลัก AR-AFFF เหมาะสำหรับติดตั้งภายในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง และสารระเหยติดไฟและปั๊มน้ำมัน ข้อควรระวังของถังดับเพลิงชนิดโฟม คือ ไม่สามารถใช้กับเพลิงไหม้ประเภท C ได้ เพราะโฟมเป็นสื่อกลางในการนำไฟฟ้า

ถังดับเพลิงสีขาว ถังดับเพลิงที่บรรจุสารดับเพลิง Potassium Acetate เหมาะสำหรับติดตั้งในร้านอาหาร โรงอาหาร ห้องครัว

ถังดับเพลิงแบ่งตามการใช้งาน แบ่งออกได้ 5 ประเภท ตามลักษณะสาเหตุของการเกิดเพลิง นั่นคือเพลิง class A, class B, class C, class D และ class K

เพลิงไหม้ประเภท class A เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดาที่ติดไฟง่ายหรือของแข็งที่สามารถพบได้ทั่วไปตามอาคาร ที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า เช่น ไม้ ผ้า ขยะ พลาสติก กระดาษ เป็นต้น ซึ่งเพลิงประเภท A สามารถดับได้ด้วยน้ำเปล่า

เพลิงไหม้ประเภท class B เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลวที่สามารถติดไฟ และก๊าซที่สามารถติดไฟได้  โดยของเหลวที่สามารถติดไฟมักมีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด ที่สามารถพบได้ตามปั๊มน้ำมัน หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และโรงงานที่ผลิตสีบางชนิด โดยเพลิงประเภท B สามารถดับได้ด้วยการตัดออกซิเจนในอากาศ

เพลิงไหม้ประเภท class C เกิดขึ้นมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดความร้อนสูง หากอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดอาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าจัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้ได้ โดยเพลิงไหม้ประเภท C จำเป็นต้องตัดระบบไฟฟ้าก่อนทำการดับเพลิงทุกครั้ง

เพลิงไหม้ประเภท class D เกิดขึ้นจากจากโลหะที่สามารถติดไฟได้ ที่สามารถพบได้ตามห้องปฏิบัติการ ห้องทดลอง และโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานโลหะ เช่น Titanium, Aluminum, Potassium และ Magnesium เป็นต้น โดยเพลิงประเภท D ไม่สามารถดับเพลิงได้ด้วยน้ำเปล่า     

เพลิงไหม้ประเภท K  เกิดขึ้นมาจากน้ำมันที่ใช้ในครัว ไขมันสัตว์ ของเหลวที่ใช้ประกอบอาหาร สามารถพบได้ตามห้องครัว ร้านอาหาร หรือห้องอาหารตามโรงแรม เป็นต้น

 

 

อุปกรณ์ดับเพลิง ถังดับเพลิง ชุดดับเพลิง สายฉีดน้ำดับเพลิง หมวกดับเพลิง สายฉีดน้ำดับเพลิง ชุดผจญเพลิง หมวกดับเพลิง รองเท้าดับเพลิง ถุงมือดับเพลิง ตู้เก็บอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์พื้นฐานที่ช่วยดับเพลิง สำหรับอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม

ถังดับเพลิงสีแดงเครื่องดับเพลิงชนิดเคมีแห้ง (Dry Chemical) บรรจุผงเคมีแห้งถังสีแดง เวลาใช้ ผงเคมีจะถูกดันออกไปคลุมไฟ ทำให้อับอากาศและไฟดับ มีขนาด 10 ปอนด์ 15 ปอนด์ 20 ปอนด์ บรรจุผงเคมี ดับเพลิง ชนิดต่างๆ  เช่น BC และ ABC เครื่องดับเพลิงชนิดนี้ สามารถใช้ได้ ทั้งในที่อยู่อาศัย และโรงงานอุตสาหกรรม โดยใช้งานได้ทั่วไปใช้ดับไฟได้ทุกประเภท

ถังดับเพลิงเขียว  ถังดับเพลิงสีเขียว ดับเพลิงชนิดเหลวระเหย บรรจุด้วยสารดับเพลิงชนิด NON CFC บรรจุในถังดับเพลิงสีเขียว ขนาด 2 ปอนด์ ขนาด 5 ปอนด์ ขนาด 10 ปอนด์ ขนาด 15 ปอนด์ และขนาด 20 ปอนด์ เป็นก๊าซที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ สามารถดับไฟได้ทุกประเภท น้ำยาเคมีจะเข้าไปทำหน้าที่ลดอุณหภูมิความร้อน ของไฟให้ต่ำลงซึ่งเป็นต้นเหตุของเพลิงและทำหน้าที่ปกคลุมและกั้นออกซิเจนออกจากเพลิง คุมไฟให้อับอากาศ เป็นเครื่องดับเพลิงที่สามารถดับเพลิงได้ทุกประเภท

ถังดับเพลิงสีฟ้า ถังดับเพลิงสูตรน้ำ หรือ ถังดับเพลิงชนิดละอองน้ำแรงดันต่ำ เหมาะสำหรับติดตั้งภายในบ้านพัก อาคารสำนักงาน ทั้งนี้นอกจากถังดับเพลิงสูตรน้ำแล้ว บางยี่ห้อถังดับเพลิงสีฟ้าอาจจะคือถังดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหยที่มีส่วนประกอบของ HCFC-123 ด้วย ซึ่งไม่ทำลายชั้นบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งสามารถใช้กับไฟชนิด A B และ C  โดยมีคุณสมบัติเป็นแก๊สเหลวระเหย  เมื่อฉีดพ่นออกมาจะระเหยไปเองไม่ทำให้เกิดคราบสกปรกทำลายสิ่งของหรือทำลายพื้นผิววัสดุต่างๆ

ถังเคมีดับเพลิง สามารถดับไฟได้เกือบทุกประเภท A B C ยกเว้น CLASS K ราคาถูก หาซื้อง่าย มีข้อเสียคือเมื่อฉีดออกมาจะฟุ้งกระจาย และเมื่อเราทำการฉีดแล้ว จะฉีดจนหมดหรือไม่หมดถัง แรงดันจะตก ไม่สามารถใช้งานได้อีก ต้องส่งอัดบรรจุใหม่ทันที น้ำยาเหลวระเหยสามารถดับไฟได้เกือบทุกประเภท A B C ยกเว้น CLASS K เมื่อฉีดใช้งานจะไม่ทิ้งคราบสกปรก ไม่ทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย และไม่ทำให้สกปรกในบริเวณที่ใช้งาน

ถังดับเพลิงในโรงงาน เครื่องดับเพลิงตามมาตรฐาน ม..ก เครื่องดับเพลิงต้องมีขนาดบรรจุตั้งแต่ 10 ปอนด์ขึ้นไป ต้องมีการตรวจสอบเครื่องดับเพลิงเป็นประจำโดยมีระยะเวลาตรวจสอบอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน เครื่องดับเพลิงต้องติดตั้งในระยะห่างกันไม่เกิน 20 เมตร (จุดประสงค์ให้สามารถหยิบใช้งานได้ภายในระยะ 20 เมตร) ติดตั้งเครื่องดับเพลิง ให้ส่วนบนสุดเครื่องดับเพลิงมีความสูงไม่เกิน1.5 เมตรจากพื้น (เพื่อให้หยิบใช้ได้สะดวก) และให้มีป้ายสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ชัดเจนและไม่มีสิ่งกีดขวาง

ถังดับเพลิงในอาคาร ในอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ ต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงแบบมือถือตามชนิดและขนาดที่เหมาะสมสำหรับดับเพลิงที่เกิดจากประเภทของวัสดุที่มีในแต่ละชั้น โดยให้มีเครื่องต่อพื้นที่อาคารไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร จากระยะไม่เกิน 45.00เมตร แต่ไม่น้อยกว่าชั้นละ 1 เครื่องต้องติดตั้งให้ส่วนบนสุดของตัวเครื่องสูงจากระดับพื้นอาคารไม่เกิน 1.50เมตร ในที่มองเห็นและสามารถใช้งานได้สะดวก เครื่องดับเพลิงแบบมือถือต้องมีขนาดบรรจุสารเคมีไม่น้อยกว่า 4 กิโลกรัม

ถังดับเพลิงแห้ง ถังดับเพลิงผงเคมีแห้ง  ชนิดผงเคมีแห้ง สามารถดับไฟได้ทุกประเภท A B C ยกเว้น CLASS K ราคาถูก หาซื้อง่าย แต่มีข้อเสียคือเมื่อฉีดออกมาจะฟุ้งกระจาย และเมื่อเราทำการฉีดแล้วจะฉีดจนหมดหรือไม่หมดถัง แรงดันจะตก ไม่สามารถใช้งานได้อีก ต้องส่งอัดบรรจุใหม่ทันที ถังดับเพลิงผงเคมีที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน สามารถใช้ดับเพลิงได้หลายรูปแบบ ทั้งเพลิงไหม้ประเภท A, B และ C เหมาะสำหรับ บ้านเรือน ที่พักอาศัยทั่วไป ร้านค้า คลังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม 

ถังดับเพลิง15 ปอนด์ ราคาพิเศษ เครื่องดับเพลิงเคมีแห้ง เมื่อฉีดใช้งานจะมีลักษณะฝุ่นผงฟุ้งกระจาย เหมาะสำหรับใช้งานในที่โล่ง ผงเคมีไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากทำปฏิกิริยากับความร้อนแล้วไม่เกิดก๊าซพิษมากนักมีประสิทธิภาพในการดับไฟ Class A, B และ C สามารถดับเพลิงไหม้ได้ทุกประเภทอย่างรวดเร็วเหมาะสำหรับติดตั้งในพื้นที่โล่ง เช่น บริเวณบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน อพาร์ทเม้นท์ และโรงงานอุตสาหกรรม หลังจากการใช้งาน น้ำยาดับเพลิงจะใช้หมด หรือไม่หมดก็ตาม ต้องทำการบรรจุน้ำยาดับเพลิงใหม่ทุกครั้ง เมื่อฉีดใช้งานจะมีลักษณะเหมือนฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจึงเหมาะสำหรับฉีดใช้ในที่โล่ง

 

Visitors: 81,682